“มือตัดเชือก” มือตัดเชือกช่างทาสี สารภาพแล้ว ทำเพราะรำคาญ

“มือตัดเชือก” ช่างทาสี สารภาพ ยืนยันไม่ได้ตั้งใจฆ่า แต่ที่ทำไปเพราะรำคาญ ทนายพาเข้าพบตำรวจ งดให้สื่อถ่ายภาพ

จากกรณีที่มีลูกบ้านในคอนโดแห่งหนึ่งย่านปากเกร็ดนนทบุรีได้ทำการตัดเชือกช่างทาสี ระหว่างโรยตัวทาสีอยู่บนอาคารสูง32ชั้น จนช่างทาสีต้องรีบขอความช่วยเหลือจากลูกบ้านรายหนึ่ง และมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอเหตุการณ์ลงในโลกโซเชียล เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 ต.ค. ที่ผ่านมา

ความคืบหน้าในกรณีดังกล่าวเฟซบุ๊กแฟนเพจสรยุทธสุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว ของนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความระบุว่า “เธอทำเพราะรำคาญแต่มันหมายถึงชีวิตคน ก็คงพยายามต่อสู้ว่าไม่เจตนา

“มือตัดเชือก” มือตัดเชือกเข้ารับทราบข้อกล่าวหา สารภาพรับว่าตัดเชือกเพราะรำคาญ ยืนยันไม่ได้ตั้งใจฆ่าช่างทาสี ทนายพาเข้าพบตำรวจงดให้สื่อถ่ายภาพ

จากกรณีที่มีลูกบ้านในคอนโดแห่งหนึ่งได้ทำการตัดเชือกช่างทาสีระหว่างโรยตัวทาสีอยู่บนอาคารสูง 32 ชั้น จนช่างทาสีต้องรีบขอความช่วยเหลือจากลูกบ้านรายหนึ่ง กระทั่งมีการถ่ายคลิปวิดีโอเผยแพร่ลงในสื่อสังคมออนไลน์

ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่าผู้ต้องหาคดีตัดเชือกช่างทาสีพร้อมทนายความเข้าพบตำรวจสภปากเกร็ดแล้วโดยไม่ให้สื่อบันทึกภาพซึ่งผู้ต้องหารับสารภาพเป็นคนตัดเชือกแต่ไม่ตั้งใจฆ่า สาเหตุที่ทำเพราะรำคาญอีกทั้งไม่เห็นประกาศจากทางคอนโด เพราะอยู่ในห้องทั้งวัน ตำรวจสอบปากคำเสร็จสินไม่คัดค้านการประกันตัว รอพิมพ์ลายนิ้วมืออยู่ในขณะนี้”

หญิงตัดเชือกช่างทาสี หายตัวไปจากคอนโด ไม่ไปรับทราบข้อหาพยายามฆ่า

ความคืบหน้าเหตุ ช่างทาสีโดนคนตัดเชือกที่ใช้โรยตัวขณะกำลังทาสีคอนโดแห่งหนึ่งย่านปากเกร็ดจ.นนทบุรี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา

ตำรวจสภ.ปากเกร็ดพร้อมตำรวจพิสูจน์หลักฐานนนทบุรีนำตัวนายสองและนายสุทินช่างทาสี ที่ถูกตัดเชือกขณะทำงานมาจำลองเหตุการณ์เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมในการมัดตัวผู้ก่อเหตุโดยใช้วิธีนำเชือกลักษณะคล้ายเส้นที่ถูกตัดมาโรยลงจากชั้นดาดฟ้า พร้อมทำสัญลักษณ์ไว้ แล้วให้ช่างทาสีห้อยตัวลงไปเหมือนตอนทำงาน เพื่อจะตรวจสอบว่าเชือกถูกตัดที่ชั้นใด ซึ่งตรงกับที่นายสองเห็นมือคนตัดจากชั้น 21

ทางพ.ต.อ.จักรพงศ์ปรีชาการุณพงศ์ผกกสภปากเกร็ดเปิดเผยกับทีมข่าวอีจันว่าตอนนี้ได้มีการสอบปากคำผู้ต้องสงสัยเสร็จเรียบร้อยแล้ว รวมทั้งได้ผลตรวจดีเอ็นเอจากสถาบันิติวิทยาศาสตร์แล้วเพื่อนำมาใช้ประกอบการยืนยันตัวของผู้ก่อเหตุ และในเบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหาแกผู้ก่อเหตุรายนี้แล้ว 2 ข้อหา คือ กระทำความผิดฐานพยายามฆ่า และกระทำความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ แม้ผู้ก่อเหตุจะให้การปฏิเสธ แต่ทางตำรวจก็ได้ออกหมายเรียกผู้ก่อเหตุในฐานะผู้ต้องหาแล้ว โดยให้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาภายใน 7 วัน หรือให้มารับทราบภายในวันที่ 27 ต.ค. 64

ด้านนายสองกล่าวว่าตนกับเพื่อนยังมีความรู้สึกหวาดกลัวอยู่แต่ก็ไม่ได้มีทางให้เลือกมาก ยังต้องทำงานในสายอาชีพนี้ต่อไป แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์โดนแอบตัดเชือกนี้ขึ้น ตอนนี้เวลาทำงานต้องมีคนเฝ้าเชือกให้ พร้อมกันนี้นายสองเองยังได้ฝากบอกกับผู้ก่อเหตุอีกว่า ให้รับสารภาพสิ่งที่ทำ ให้มามอบตัวและอย่าไปทำแบบนี้กับใครอีก

ขณะที่มีรายงานว่า หญิงผู้ก่อเหตุ ตอนนี้ได้หายตัวไปจากคอนโดดังกล่าวแล้ว และยังไม่มีการมารับทราบข้อกล่าวหาแต่อย่างใด

เขตประเวศเร่งเคลียร์ ซากกันสาดปูนคอนโดถล่ม พร้อมหาที่พักชั่วคราวให้ผู้ได้รับผลกระทบ

จากกรณีเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาเกิดเหตุกันสาดชนิดปูนของอาคารทรุดตัวภายในโครงการคอนโดมิเนียมนิรันดร์เรซิเดนซ์5ซอยสุภาพงษ์1ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ ทรุดถล่มลงมา

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าอาคารดังกล่าวเป็นอาคาร9ชั้นในส่วนที่ทรุดตัวเป็นกันสาดชนิดปูนระหว่างชั้น1-2ของตัวอาคารความยาวประมาณ21เมตรความกว้าง1เมตร ถล่มลงมาปิดทางเข้า-ออก ของห้องชั้นล่างซึ่งมีผู้พักอาศัย จำนวน 6 ห้อง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่สามารถทำการช่วยเหลือผู้ที่ติดค้างอยู่ภายในอาคารออกมาได้อย่างปลอดภัย

ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด จากการตรวจสอบความเสียหายดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างอาคารคอนโด สำหรับผู้ได้รับผลกระทบทั้ง 6 ห้องสำนักงานเขตประเวศได้จัดหาที่พักอาศัยชั่วคราวให้เรียบร้อยแล้ว

เผยเหตุกันสาดคอนโด 9 ชั้น พังถล่ม เหตุรับน้ำหนักคอมแอร์ฯ และเก่า
ระทึก! ระเบียงตึก 9 ชั้น ย่านศรีนครินทร์ทรุดตัว-คนหนีตายวุ่น
นายวรเศรษฐ์ วิศาลศักดิ์ผู้อำนวยการเขตประเวศเปิดเผยว่าอาคารแห่งนี้ได้มีการก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2540 ปัจจุบันอาคารมีอายุกว่า 20 ปี

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้น สาเหตุเกิดจากกันสาดชนิดปูนดังกล่าวมีน้ำขังและอุ้มน้ำเป็นเวลานาน หลังจากนี้ก็จะประสานให้สำนักการโยธาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง รวมทั้งจะเร่งเคลื่อนย้ายกันสาดที่พังลงโดยเร็ว เพื่อให้ผู้พักอาศัยกลับเข้าห้องพักได้ภายในวันนี้

ส่วนอาคารที่เหลือก็จะเร่งดำเนินการตรวจสอบทั้งหมดเพื่อความปลอดภัยของผู้พักอาศัย อย่างไรก็ดีทราบว่านิติบุคคลของคอนโดฯได้ตรวจสอบอาคารทุกโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่การตรวจสอบอย่างละเอียดจำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญและใช้เครื่องมือเฉพาะทาง เนื่องจากดูจากภายนอกจะไม่พบความผิดปกติ ซึ่งหลังจากนี้ในอาคารที่เหลือก็จะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดด้วยเจ้าหน้าที่ และวิศวกรผู้ชำนาญ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำขึ้นอีก

แชร์กระหึ่มตามล่า 4 หนุ่มโฉด มอมเหล้านักศึกษาสาว หิ้วปีกผลัดกันรุมโทรม

พี่ชายของนักศึกษาสาวปี1โพสต์แชร์ประกาศตามล่า 4 หนุ่มต้องสงสัย ก่อเหตุมอมเหล้าน้องสาว อุ้มพาร่างไร้สติมาส่งที่ห้อง แต่ก่อเหตุรุมโทรมกระทำชำเรา

(1 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าโลกออนไลน์กำลังให้ความสนใจประเด็นร้องทุกข์ที่แชร์ในโซเชียลมีเดียหลังพี่ชายนำรูปภาพกลุ่มชายต้องสงสัย4คนมาเผยแพร่ พร้อมระบุว่า พวกเขาได้ร่วมกันก่อเหตุข่มขืนรุมโทรมน้องสาว หลังพากันสังสรรค์เมาไม่ได้สติ ก่อนจะหิ้วตัวผู้หญิงกลับมาที่ห้องและล่วงละเมิดทางเพศ

รายการเรื่องเล่าเช้านี้ทางช่อง3ได้นำเสนอข่าวที่มีการกล่าวถึงในโลกโซเชียลมีเดีย หลังจากที่มีชายคนหนึ่งได้โพสต์ภาพและข้อความร้องทุกข์และทวงความยุติธรรมให้กับน้องสาวของตัวเอง หลังพบว่าถูกชายหนุ่ม 4 คน อุ้มพาตัวเข้าไปในห้องพักและก่อเหตุรุมโทรมกระทำชำเรา หลังจากที่น้องสาวไปดื่มสังสรรค์และเมาสุราไม่ได้สติ

เจ้าของโพสต์ดังกล่าวระบุว่าเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นกับน้องสาวที่เป็นนักศึกษาชั้นปีที่1ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่29ตุลาคมต่อเนื่องถึงเช้ามืดวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา น้องสาวได้ไปดื่มสังสรรค์กับเพื่อนที่ย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ เพราะน้องสาวรู้จักและเป็นเพื่อนกับหนึ่งในผู้ชายกลุ่มดังกล่าว

ต่อมาได้ดื่มสังสรรค์และน้องสาวเริ่มมีอาการมึนเมาจนไม่สติทำให้ชายกลุ่มนี้ได้ช่วยกันพาตัวน้องสาวกลับมาส่งที่ห้องพักย่านดินแดง หลังจากนั้นชายทั้ง 4 คนก็ได้ร่วมกันก่อเหตุข่มขืนรุมโทรมน้องสาวภายในห้องพัก แต่ปรากฏว่าเพื่อนของน้องสาวได้เปิดประตูเข้าไปเห็นเหตุการณ์พอดี จึงได้ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ

เหตุดังกล่าวทำให้ชายทั้ง4คนอาศัยช่วงชุลมุนรีบหลบหนีไปจากที่เกิดเหตุอีกทั้งยังมรายงานว่าสภาพที่ไปพบเจอเหยื่อสาวคนดังกล่าวนั้นอยู่ในสภาพนอนน้ำลายฟูมปาก ตาเหลือกและไม่ได้สติ อีกทั้งเสื้อผ้ายังถูกปลดเปลื้องไม่เรียบร้อย หลังจากนั้นจึงได้นำตัวส่งโรงพยาบาล แพทย์ยังพบร่องรอยการถูกกระทำชำเรา ทางครอบครัวจึงได้ดำเนินการแจ้งความเอาไว้ที่ สน.ดินแดง แต่ขณะนี้ยังไม่พบหรือติดตามจับกุมชายผู้ต้องสงสัยทั้ง 4 คนได้

ออกหมายจับ 4 วัยรุ่นรุมโทรมสาววัย 18 ล่าสุดควบคุมตัวได้แล้ว 1 ราย

ความคืบหน้ากรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพชายวัยรุ่น4คน ขณะกำลังหิ้วหญิงสาวคนหนึ่ง สภาพคล้ายคนหมดสติเข้าไปภายในห้องพักแห่งหนึ่งย่านดินแดง ก่อนถูกทำมิดีมิร้าย ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 ต.ค. 62 ที่ผ่านมาก่อนที่ทางครอบครัวจะเดินทางเข้าแจ้งความไว้ที่สน.ดินแดงเมื่อวันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา

>> แชร์กระหึ่มตามล่า 4 หนุ่มโฉด มอมเหล้านักศึกษาสาว หิ้วปีกผลัดกันรุมโทรม

>> เผยนาทีสะเทือนใจเพื่อนตามหานักศึกษาสาว ถูก 4 หนุ่มหิ้วขึ้นหอพักรุมโทรม

ล่าสุดศาลอนุมัติหมายจับวัยรุ่นชายทั้ง4รายแล้วใน2ข้อหากระทำชำเราและลักทรัพย์ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดินแดงสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาคดีนี้ได้1รายจากทั้งหมด 4 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบปากคำ เพื่อขยายผลติดตามผู้ต้องหาที่เหลือมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

หนุ่มหื่นมอมเหล้าสาววัย 15 ก่อนบังคับขืนใจ อ้างไม่ได้ทำอะไรแค่พาไปนอนบ้าน

(6 ก.พ.64)ตำรวจกองบังคับการปราบปรามจับกุมนายศุภวิชญ์หรือมอส(สงวนนามสกุล)อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดทุ่งสง ลงวันที่ 29 มกราคม 2564 ในข้อกล่าวหา “พรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปีฯ และข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น” โดยจับกุมได้ที่หน้าบ้านในหมู่ที่ 6 ต.ควนชุม อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่11 พ.ย.63นายเบสเพื่อนสนิทของนายศุภวิชญ์ผู้ต้องหาชักชวนกันไปรับเพื่อนสาวรุ่นน้องเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาเพื่อไปเที่ยวในตัวเมืองโดยไปรับผู้เสียหายที่ อ.จุฬาภรณ์ก่อนที่จะเดินทางไปร้านอาหารแห่งหนึ่ง ระหว่างนั้นผู้ต้องหาแอบนำเหล้าผสมกับน้ำอัดลมให้ผู้เสียหายดื่มจนเมาไม่ได้สติ ก่อนพาไปบ้านพักของผู้ต้องหา จากนั้นนายเบสได้แยกตัวกลับ ผู้ต้องหาจึงใช้กำลังบังคับขืนใจ กระทั่งช่วงเช้า นายเบสได้ย้อนกลับมารับผู้เสียหายไปส่งที่บ้าน เมื่อมารดาของผู้เสียหายทราบเรื่อง จึงแจ้งความร้องทุกข์ จนออกหมายจับผู้ต้องหากับนายเบสฯ ในเวลาต่อมา

ต่อมาวันที่2ก.พ.64ตำรวจนำกำลังเข้าจับกุมนายศุภวิชญ์และนายเบสแต่นายศุภวิชญ์ไหวตัวทันหลบหนีไปได้กระทั่งวันที่ 6 ก.พ.64 ตำรวจจึงสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ครบทั้งสองคน เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การภาคเสธ ยอมรับพาผู้เสียหายไปเที่ยวและทานอาหารในตัวเมืองจริง กระทั่งผู้เสียหายมีอาการมึนเมา จึงได้พากลับมานอนพักที่บ้านของตนเอง แต่ไม่ได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัว นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ร่อนพิบูลย์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ป้าน้ำตาร่วง เล่านาทีใจสลายจับได้หนุ่มใหญ่ปีนขึ้นบ้าน-ข่มขืนหลานสาววัย 13 ปี

ป้าน้ำตาร่วง จับได้หนุ่มใหญ่บ้านห่างกันแค่5หลังก่อเหตุข่มขืนหลานสาววัย13ปี ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปราณบุรี ตามจับตัวผู้ต้องหาได้แล้ว พบเสพยาเสพติดในสวนสาธารณะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (4 ม.ค.) นางน้อย (นามสมมุติ) ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบ สภ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่า มีคนร้ายเข้าไปก่อเหตุข่มขืนหลานสาว วัย 13 ปี ภายในบ้านพัก เมื่อเวลาประมาณ 00.30 น. ของวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา

นางน้อยเล่าให้ฟังว่าตนมีศักดิ์เป็นป้าของเด็กหญิงวัย 13 ปี ซึ่งรับเลี้ยงดูแลมาตั้งแต่เกิดเนื่องจากพ่อแม่ของเด็กแยกทางกัน ส่วนผู้ต้องหาเป็นที่รู้จักมักคุ้นกับคนในครอบครัวเป็นอย่างดี ชื่อ นายณรงค์ อายุ 56 ปี อาชีพรับจ้างขับรถตู้โดยสาร ซึ่งมีบ้านพักห่างไปอีก 5 หลัง

ตามปกตินายณรงค์มักจะเดินมาข้างบ้านแล้วอ้อมมาด้านหลังบ้านเพื่อปีนหน้าต่างเข้าห้องนอนลูกชายของตน ซึ่งนอนป่วยติดเตียง แล้วมาคุยเล่นเพราะรู้จักกันมานาน โดยเมื่อปีนหน้าต่างเข้ามาคุยแล้วคุยธุระกันเสร็จก็จะปีนหน้าต่างกลับออกไป โดยจะถอดรองเท้าแตะสีขาว มีลาย ไว้ที่หน้าต่างข้างบ้าน ทำแบบนี้เป็นประจำ

แต่ในช่วงกลางดึกคืนเกิดเหตุซึ่งคนในบ้านเข้าห้องนอนกันแล้วนายณรงค์เข้ามาคุยกัลูกชายอีกแต่คราวนี้บอกกับลูกชายว่าขอออกทางหน้าบ้านแทน โดยได้เดินออกจากห้องลูกชายซึ่งอยู่หลังบ้าน ผ่านมาถึงหน้าบ้านซึ่งหลานสาว อายุ 13 ปี ซึ่งป่วยมีปัญหาด้วยโรคหัวใจมาแต่กำเนิด นอนอยู่หน้าทีวีติดกับประตูหน้าบ้าน และห้องของตนก็อยู่ตรงนั้นแต่ตอนนั้นตนนอนแล้ว

ความมาแตกเพราะลูกชายไม่ได้ยินเสียงประตูลูกปิดเปิดออกด้วยความสงสัยคือค่อยๆ คืบคลานออกมาจากห้องร้องเรียกหลานให้หาน้ำให้กินซึ่งลูกชายบอกว่าได้ยินเสียงกุกกัก หลานสาวลุกออกมาเห็นสภาพกางเกงบิดเบี้ยว และสังเกตเห็นว่า มีคนแอบอยู่ใต้เก้าอี้นั่งโดยมีผ้าห่มคุมตัวอยู่ ลูกชายจึงได้ทุบประตูเรียกตนออกมา ตนตกใจตื่นมาเจอกับเหตุการณ์เข้า

ตนรู้สึกตกใจและเสียใจอย่างมากจึงได้โทรศัพท์บอกลูกสาวอีกคนที่อยู่คนละบ้านและพ่อของเด็กให้ทราบ เมื่อลูกสาวมาถึง ได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตอนนั้นนายณรงค์ยอมออกจากใต้เก้าอี้มาแล้ว บอกแต่ว่าไม่ได้ทำอะไร ถึงกับก้มกราบเท้า พูดแต่ว่าอย่าจับเขา อย่าเอาเรื่องเขาเลย ให้เห็นแต่แม่เขาที่แก่แล้ว กระทั่งรถยนต์ตำรวจเปิดไฟวับวาบเข้ามาในซอย นายณรงค์เห็นเข้าได้ฉวยโอกาสวิ่งหนีหายไปในความมืด

ป้าของเด็กหญิงผู้เสียหายเปิดเผยต่อว่าตนได้สอบถามหลานสาวอยู่นานตอนแรกเด็กไม่พูดไม่บอก เพราะเด็กมีความกลัว ไม่กล้าเล่าเหตุการณ์ให้ฟังจนยอมรับความจริงว่า เคยเกิดเหตุการณ์ในลักษณะแบบนี้หลายครั้ง โดยครั้งแรกแค่ช่วยสำเร็จความใคร่ให้ด้วยมือที่ป่ารกแห่งหนึ่ง ก่อนจะถูกข่มขืนหลายครั้งในเวลาต่อมา โดยทุกครั้งนายณรงค์ได้พูดข่มขู่หลานสาวไว้ไม่ให้บอกใคร ไม่เช่นนั้นจะถูกตี และให้เงินเด็กเป็นค่าปิดปาก ไว้ครั้งละ 100-200 บาท ด้วยความกลัวเด็กจึงไม่กล้าบอกความจริงกับครอบครัว

ส่วนวันเกิดเหตุที่จับได้ในบ้านนั้นยังไม่ทันจะได้ข่มขืนเพราะลูกชายตนเอะใจเสียก่อน แต่ก็ก่อเหตุอนาจารหลานสาวด้วยนิ้วไปแล้วทั้งนี้ นางน้อย ป้าของเด็กหญิงวัย 13ปี ถึงกับน้ำตาร่วงเมื่อเล่าย้อนเหตุการณ์ให้ฟัง

เบื้องต้น ตนพาหลานสาวไปตรวจแล้ว หมอบอกว่าพบคราบอสุจิในร่างกายตนจึงคิดว่านายณรงค์น่าก่อเหตุข่มขืนหลานสาวมาก่อนที่ครอบครัวตนจะจับได้ตนรู้สึกเสียใจมากที่คนรู้จัก เป็นเพื่อนบ้านๆ อยู่ใกล้กันแค่ 5 หลัง จะมาก่อเหตุดังกล่าวได้ ตนรู้สึกสงสารหลานที่ต้องผจญกับเรื่องร้าย และต้องอยู่ต่อในสังคมที่ไม่รู้ว่าจะรับสภาพได้หรือไม่

ล่าสุด มีญาติของนายณรงค์มาพูดคุยขอให้ยอมความ แต่ใช้คำพูดไม่ดีกับครอบครัวตน ซึ่งตนและครอบครัวขอดำเนินคดีตามกฎหมายกับนายณรงค์ให้ถึงที่สุด จะไม่มีการยอมความใดๆ ทั้งสิ้น

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้สอบถามความคืบหน้าในทางคดีไปยัง สภ.ปราณบุรี ได้รับแจ้งว่า ชุดสืบสวนติดตามหาข่าวกระทั่งสามารถจับกุมตัวนายณรงค์ ได้ที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง ที่ ม.3 ต.เขาน้อย อ.ปราณบุรี เมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา และได้ควบคุมตัวมาสอบปากคำและตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย พบปัสสาวะเป็นสีม่วง อีกทั้งผู้ต้องหาได้ยอมรับว่าก่อเหตุอนาจารเด็กหญิงจริง แต่รับเพียงว่าใช้นิ้วเท่านั้น

เบื้องต้นพนักงานสวบสวนตั้ง3ข้อหาหนักคือ ลักลอบเสพยาเสพติดบริเวณริมถนนสาธารณะ, บุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน และ ก่อเหตุอนาจารเด็กหญิง อายุ 13 ปี ควบคุมตัวผู้ต้องหาฝากขังที่ศาลจังหวัดหัวหิน ผลัดแรกแล้ว

ส่วนข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุ 13ปีนั้น ยังไม่สามารถแจ้งได้ขณะนี้เพราะต้องรอผลการตรวจร่างกายจากแพทย์ และรอสอบปากคำเด็กหญิง ซึ่งต้องนัดสอบปากคำพร้อมกับสหวิชาชีพก่อนซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย จึงจะสามารถสอบปากคำได้ ซึ่งพนักงานสอบสวนจะรวบรวมหลักฐานทั้งหมดเพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหารายนี้ต่อไป ไฮโล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น