จุรินทร์ หารือ ประธานวุฒิสภาสวิส ดัน FTA ไทย-เอฟตา

‘จุรินทร์’ หารือ ประธานวุฒิสภาสวิส ดัน FTA ไทย-เอฟตา เพิ่มมูลค่า การค้า ทำตลาดข้าวไทย

จุรินทร์ หารือประธาน วุฒิสภาสวิส ดัน เอฟตา ไทย-เอฟตา เป็นฉบับที่ 15 ต่อจาก RCEP ที่สำเร็จ เพื่อ เพิ่มมูลค่า การค้า ทำตลาดข้าวไทย

จุรินทร์ หารือประธาน วุฒิสภาสมาพันธรัฐสวิส เห็นพ้อง ผลักดัน เจรจา เอฟตา ไทย-EFTA ตั้งเป้าเจรจา ระดับเจ้าหน้าที่ ให้จบสิ้นปีนี้

ไตรมาส แรก ปีหน้าเริ่มเจรจา ประเด็นที่ จะบรรจุใน เอฟตา ย้ำ จะให้จบ เร็วที่สุด มั่นใจ ช่วยเพิ่มมูลค่า การค้าการลงทุน และ ขยายส่งออก

สินค้า ศักยภาพ ของ ไทยเพิ่ม ทั้งข้าว อาหาร แปรรูป และ สินค้าบริการ ทางการแพทย์ ชี้! หากสำเร็จ จะเป็น เอฟต้า ฉบับที่ 15 ของไทย ต่อจาก RCEP ที่ กำลังมีผลบังคับใช้ต้นปีหน้า

จุรินทร์ หารือ ประธานวุฒิสภาสวิส ดัน FTA ไทย-เอฟตา

เมื่อ วันที่ 4 พฤศจิกายน 2564 เวลา 15.00 น. นาย จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรี ว่าการ กระทรวง พาณิชย์ พร้อม ด้วย นาง อรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรม เจรจาการค้า ระหว่างประเทศ และ นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ ภายหลัง ประธานวุฒิ สภาสมาพันธรัฐสวิส (นาย Alex Kuprecht) ขอเข้าเยี่ยม คารวะ และ ปรึกษาหารือ ที่บริเวณ หน้าห้อง รับรอง 1 ตึก บัญชาการ 1  ทำเนียบ รัฐบาล

นาย จุรินทร์ กล่าวว่า ประธานวุฒิสภา สมาพันธรัฐสวิส ได้นำ คณะเข้าหารือ เรื่องความสัมพันธ์ ของสองประเทศ และ ความสัมพันธ์ทางการค้า ระหว่าง ฝ่ายนิติบัญญัติของสวิตเซอร์แลนด์ กับ ฝ่ายบริหารของกระทรวงพาณิชย์ประเทศไทย

ประเด็นสำคัญ ที่เห็นตรงกัน  คือ ต้องการผลักดัน ความตกลงการค้าเสรี (เอฟตา) ระหว่างไทย กับ สมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (European Free Trade Association : EFTA) หรือ เอฟตา ประกอบด้วย 4 ประเทศ คือ สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ และ ลิกเตนสไตน์ ตั้งเป้าหมายว่า จะเจรจา ในระดับเจ้าหน้าที่ ให้จบ ในประเด็นสำคัญ ภายในสิ้นปีนี้

ไตรมาสแรก ของปีถัดไป จะ เริ่มการเจรจา ใน แต่ละหัวข้อ ที่จะบรรจุใน เอฟตา ของ ไทย กับ เอฟตาต่อไป และ ตั้งเป้าจะเจรจา ให้จบเร็ว ที่สุด

เพราะ หากมี เอฟตา ไทยกับเอฟตา จะ เป็นประโยชน์กับการค้า และ การลงทุนระหว่างกัน และ ทำให้มูลค่าการค้า สองฝ่ายเพิ่มขึ้น

เวลา นี้ ประเทศ สวิตเซอร์แลนด์ เป็น คู่ค้า ที่สำคัญ ลำดับ ที่ 13 ของประเทศไทย ในปี 2563 มีมูลค่า การค้ารวม ประมาณ 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

แล้วก็ เนื่องจาก เหตุการณ์ วิกฤต โควิด-19 ส่งผลให้ มูลค่าการค้า สองฝ่าย ในช่วง 9 เดือนแรก ของปี 64 ลดลงเกือบครึ่งหนึ่ง เหลือประมาณ 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (-42%)

แต่เชื่อมั่นว่า หาก เอฟตา ไทยเอฟตา เกิดขึ้นได้  มูลค่าการค้า ระหว่างกัน จะ ขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ เรื่องการส่งออก ซึ่งไทย มีสินค้าที่จำเป็น และ สามารถทำตลาด ในกลุ่มประเทศเอฟตา รวมทั้ง สวิตเซอร์แลนด์ได้ เช่น ข้าวพรีเมียม ข้าวคุณภาพสูง รวมทั้ง อาหารสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง อาหารแปรรูป และ สินค้าที่ เกี่ยวกับ การบริการ ทางการแพทย์ ตัวอย่างเช่ น เครื่องมือแพทย์ สินค้า เพื่อสุขภาพ ที่ไทย สามารถ ส่ง ออก ไปยังกลุ่ม ประเทศ เอฟตาได้

ปัจจุบัน ไทยมี เอฟตา แล้ว 13 ฉบับ และ กำลังจะ มีฉบับที่ 14 เกิดขึ้น คือ RCEP ซึ่งไทย ได้ยื่นให้สัตยาบัน ต่อสำนักงาน เลขาธิการอาเซียนแล้ว และ กลุ่มประเทศอาเซียน 10 ประเทศ ต้องให้ สัตยาบัน อย่างน้อย 6 ประเทศ

ซึ่งครบ แล้ว และ นอก กลุ่ม อาเซียนมี 5 ประเทศ ให้สัตยาบันคำมั่นแล้ว 4 ประเทศ เป้าหมาย RCEPคือ ต้นปีหน้า จะสามารถบังคับใช้ได้  ซึ่งจะกลายเป็น เอฟตา ฉบับที่ 14 ของไทย และ หาก เอฟตา ไทย-เอฟตา ประสบความสำเร็จ จะ เป็นฉบับที่ 15 ต่อไป? รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าว

กระทรวงพาณิชย์

กรมเจรจา การค้าระหว่าง ประเทศ

4 พฤศจิกายน 2564

บาคาร่าคืออะไร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น