หลอดไฟ

หลอดไฟ มีกี่ประเภท เลือกแบบไหนดี?

หลอดไฟ เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้า ที่ทุกคน คุ้นเคยกัน ในปัจจุบัน หลอดไฟ ได้มีการพัฒนา อยู่ตลอดเวลา จึงทำให้ เกิดหลอดไฟ หลายประเภท หลายชนิด หลายขนาด ให้เลือกใช้

 

หลอดไฟ

 

ประเภทของหลอดไฟ

  • – หลอดไส้ ( Incandescent Lamp ) หรือหลอดวงเทียน เป็นหลอดไฟ ที่มีการใช้งาน มานานมาก หลาย ๆ คน น่าจะคุ้นเคย กับหลอดชนิดนี้ กันเป็นอย่างดี
  • มีทั้งชนิดแบบแก้ว และฝ้า ไส้หลอด ทำมาจากทังสเตน ให้ความร้อนสูง หลักการทำงาน คือ กระแสไฟฟ้า จะผ่านไส้หลอด เปลี่ยนจากพลังงานไฟฟ้า เป็นความร้อน
  • เมื่อไส้หลอดร้อน จะเปล่งแสงออกมา หลอดไส้นั้น มีข้อเสีย คือ เมื่อมีความร้อน สะสมมาก ๆ อายุการใช้งาน จะยิ่งสั้นลง โดยกินไฟมาก เนื่องจาก สูญเสีย ไปกับความร้อน ที่เกิดขึ้น
  • – หลอดฟลูออเรสเซนต์ ( Fluorescent tube ) หรือหลอดเรืองแสง ให้แสงสว่าง มากกว่า หลอดไส้ถึง 5 เท่า อายุการใช้งาน นานกว่า หลอดไส้ประมาณ 7-8 เท่าตัว
  • โดยตัวหลอด มีไส้โลหะทังสเตน ติดอยู่ ที่ปลายทั้ง 2 ข้าง ของหลอด ผิวภายใน ฉาบด้วย สารเรืองแสง โดยมีการ ใส่ไอปรอท ไว้เล็กน้อย
  • หลักการทำงาน คือ เมื่อกระแสไฟฟ้า ไหลผ่านปรอท จะคายพลังงาน ในรูปแบบ รังสี อัลตราไวโอเลต
  • เมื่อกระทบ สารเรืองแสง ที่ฉาบไว้ หลอดก็จะ เปล่งแสงออกมา อายุการใช้งาน มีตั้งแต่ 6000 ถึง 20000 ชั่วโมง รับออกแบบภายใน
  • – หลอดฮาโลเจน ( Halogen ) พัฒนา มาจากหลอดไส้ ที่ใช้ก๊าซฮาโลเจน บรรจุภายใน  ทำให้ทนทาน กว่าหลอดไส้ปกติ ให้ค่าความถูกต้องของสีถึง 100 %
  • มักใช้กับ พื้นที่ ที่ต้องการแสงสว่าง เป็นพิเศษ เช่น พื้นที่งานแสดงสินค้า มุมอับของบ้านห้องทำงาน อายุการใช้งาน 1500-3000 ชั่วโมง
  • – หลอดเมทัลฮาไลด์ ( Metal halide ) เป็นหลอดไฟ ที่จัดอยู่ ในกลุ่มให้ความเข้มแสงสูง หลักการทำงาน คือ Arc ไฟฟ้า วิ่งผ่าน ก๊าซในโคมไฟ
  • หลอด Arc ที่มีขนาดเล็ก จะผสมกับ แรงดันสูง ของอาร์กอน ปรอท และความหลากหลาย ของโลหะ ผสมกัน ทำให้เกิด สีสันต่าง ๆ
  • ความร้อน ที่เกิดขึ้น จากการ แตกตัว ของปรอท และไอโลหะ ที่ผลิตไฟนี้ จะทำให้  อุณหภูมิ และความดันเพิ่มขึ้น
  • หลอดเมทัลฮาไลด์ จึงทำงาน ภายใต้ ความดัน และอุณหภูมิสูง ส่วนใหญ่ จะใช้ส่องสว่าง ในสนามกีฬา ใช้เป็นไฟสาดอาคาร เพื่อเน้นความสวยงาม โดยมีอายุการใช้งานถึง 24000 ชั่วโมง
  • – หลอดแสงจันทร์ หรือ หลอดไฟไอปรอท หลอดประเภทนี้ ทำงาน ด้วยการ ปล่อยประจุ ความเข้มข้นสูง
  • หลักการทำงาน คือ ใช้ไฟฟ้าแรงสูง กระโดดผ่าน ไอปรอท ที่อยู่ภายในหลอด เพื่อให้เกิด แสงสว่าง มีอายุการใช้งาน ประมาณ 24000 ชั่วโมง
  • มีค่าความถูกต้อง ของสี ค่อนข้างต่ำ ให้แสงสีขาว ค่อนข้างเข้ม แสงจะออกนวล มีปริมาณ แสงสว่าง ต่อวัตต์ สูงกว่า หลอดชนิดอื่น ๆ แสงส่องสว่าง ได้ไกล เหมาะกับ  โรงงาน โกดังสินค้า สนามกีฬา
  • – หลอดคอมแพคต์ฟลูออเรสเซนต์ หรือหลอดตะเกียบ มีการทำงาน คล้ายหลอดฟลูออเรสเซนต์ ที่เราคุ้นหน้าคุ้นตา คือ”หลอดตะเกียบ”
  • ซึ่งมีแบบ ที่บัลลาสต์ในตัว และแบบอยู่ภายนอก มีรูปร่าง ที่หลากหลาย เช่น แบบเกลียว  แบบหลอด แบบหลอดสี่แถว เป็นต้น โดยจะมี อายุการใช้งาน ที่มากกว่า หลอดฟลูออเรสเซนต์
  • – หลอด LED โดยหลอดไฟ LED ถือว่า ได้รับ การพัฒนา มาจาก เทคโนโลยี ในยุคใหม่ ๆ หลักการทำงาน จะต่างจาก หลอดทั่ว ๆ ไป
  • โดยแสงสว่าง เกิดขึ้น จากการเคลื่อน ของอิเล็กตรอน ภายใน สารกึ่งตัวนำ หลอด LED ลดจุดด้อยต่าง ๆ ของหลอดไฟ ที่ผ่านมา
  • เช่น เรื่องความร้อน เนื่องจากไม่มีการเผาไส้หลอด มีอายุการใช้งานที่นาน 50000 ชั่วโมง
  • ใช้ Watt น้อย แต่ให้แสงสว่างมากกว่า ถนอมสายตา เนื่องจาก มีการกระพริบ ของหลอด น้อยมาก ไม่มีสาร UV ทั้งยังเป็นมิตร กับสิ่งแวดล้อม

 

เลือกหลอดไฟแบบไหนประหยัดที่สุด

หลอดไฟ เป็นอุปกรณ์ที่มีอายุ หรือรอบการใช้งาน เมื่อเสื่อมสภาพ ก็ต้องซื้อหลอดใหม่มาเปลี่ยน ดังนั้น หากจะพูดถึง ความประหยัด หรือความคุ้มค่าแล้วนั้น

นอกจากพลังงานที่ใช้ คงต้องนำเรื่องของอายุการใช้งาน มาเป็นส่วนประกอบด้วย รวมไปถึงราคา และการให้ความสว่าง

หลอดไฟที่ประหยัด และคุ้มค่าที่สุด ในปัจจุบัน คงต้องยกให้ หลอดไฟแอลอีดี (LED) ในสมัยที่หลอดไฟแอลอีดี ถูกคิดค้นขึ้นมาแรก ๆ มีราคาค่อนข้างสูง

ทำให้คนไม่นิยมเลือกใช้ ถึงแม้ว่า จะมีอายุการใช้งาน นานกว่าหลอดไฟแบบอื่น ๆ แต่ปัจจุบัน ได้มีการพัฒนา ให้หลอดไฟแอลอีดี มีราคาที่ถูกลง ไม่ต่างจากประเภทอื่นมากนัก

นอกจากเรื่องของราคา ที่ไม่แตกต่าง จากหลอดไฟแบบอื่น ๆ มาก หลอดไฟแอลอีดี ยังประหยัดพลังงาน ได้ถึง 90% เมื่อเทียบกับหลอดไฟ แบบหลอดไส้

และประหยัดพลังงานมากกว่า หลอดตะเกียบถึง 40% แถมอายุการใช้งาน มากกว่าหลอดไฟแบบหลอดไส้ถึง 15 เท่า

ข้อดี : ของหลอดไฟแอลอีดี เมื่อเทียบกับแบบอื่น ๆ คือ เป็นหลอดไฟที่ไม่ปล่อยรังสียูวี ทำให้ปลอดภัยต่อผิวของเรา รวมทั้งให้แสงสว่างที่ถูกต้อง ชัดเจน ทำให้สีวัตถุไม่เพี้ยน และบางรุ่นก็สามารถปรับโทนสีได้ นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มที่จะถูกพัฒนาให้ใช้พลังงานน้อยลงเรื่อย ๆ อีกด้วย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น